
The Creator and the Created : ผู้สร้างและสิ่งที่ถูกสร้าง
หากสังเกตชีวิตอย่างละเอียด เราจะพบว่ามนุษย์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้าง
เราสร้างบ้าน
สร้างครอบครัว
สร้างธุรกิจ
สร้างชื่อเสียง
สร้างความสัมพันธ์
สร้างความสำเร็จ
สร้างความล้มเหลว
แม้แต่เรื่องราวที่เราบอกกับตนเองทุกวัน ก็เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเช่นกัน
การสร้างจึงมิใช่กิจกรรมบางอย่างของชีวิต
แต่คือธรรมชาติของการมีชีวิต
มนุษย์ไม่อาจหยุดสร้างได้
ทุกความคิดกำลังสร้าง
ทุกคำพูดกำลังสร้าง
ทุกการตัดสินใจกำลังสร้าง
แม้แต่การไม่ทำอะไร ก็ยังสร้างผลลัพธ์บางอย่างขึ้นมา
เพราะชีวิตมิได้หยุดเคลื่อนไหว
และจิตสำนึกก็มิได้หยุดแสดงออก
แต่ท่ามกลางการสร้างทั้งปวง มีคำถามหนึ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใด
ผู้ใดคือผู้สร้าง
มนุษย์ส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ถูกสร้างมากกว่าผู้สร้าง
เราใช้เวลาทั้งชีวิตพัฒนาผลงาน
แต่ไม่ค่อยพัฒนาผู้ที่กำลังสร้างผลงานนั้น
เราให้คุณค่ากับสิ่งที่ครอบครอง
แต่ลืมสำรวจผู้ที่กำลังครอบครอง
เราเปลี่ยนโลกภายนอกครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ไม่เคยหันกลับมามองผู้ที่กำลังพยายามเปลี่ยนโลก
เมื่อผู้สร้างยังคงเดิม
ไม่ว่าสิ่งที่ถูกสร้างจะเปลี่ยนไปกี่ครั้ง รูปแบบเดิมย่อมกลับมาปรากฏอีกเสมอ
คนที่สร้างความขัดแย้งจากความกลัว
ย่อมสร้างความขัดแย้งขึ้นใหม่ แม้จะย้ายไปอยู่ในสถานที่ใหม่
คนที่สร้างความสัมพันธ์จากความขาดแคลน
ย่อมพบรูปแบบเดิม แม้จะเปลี่ยนคู่ชีวิต
เพราะต้นกำเนิดของสิ่งที่ถูกสร้าง มิได้อยู่ที่โลกภายนอก
แต่อยู่ที่ผู้สร้าง
ดังนั้น การเปลี่ยนสิ่งที่ถูกสร้างเพียงอย่างเดียว จึงไม่เคยเพียงพอ
หากผู้สร้างยังคงเชื่อว่าตนเองเป็นคนเดิม
งานภายในจึงมิใช่การพยายามสร้างชีวิตใหม่
แต่มุ่งไปสู่การรู้จักผู้สร้างอย่างแท้จริง
เมื่อเรานิ่งพอที่จะสังเกตความคิด
เราจะพบว่า เราไม่ใช่ความคิด
เมื่อเรานิ่งพอที่จะสังเกตอารมณ์
เราจะพบว่า เราไม่ใช่อารมณ์
เมื่อเรานิ่งพอที่จะสังเกตเรื่องราวทั้งหมดของชีวิต
เราจะพบว่า ยังมีผู้รับรู้ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านั้น
ผู้รับรู้นั้น มิได้เกิดขึ้นพร้อมร่างกาย
และมิได้ดับลงพร้อมการเปลี่ยนแปลงของประสบการณ์
ผู้รับรู้นั้น เป็นพื้นที่อันเงียบสงบ ที่ทุกประสบการณ์เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และผ่านพ้นไป
เมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักผู้รับรู้ มากกว่ารู้จักเรื่องราวของตนเอง
การสร้างก็เปลี่ยนไปโดยธรรมชาติ
ไม่ได้เปลี่ยนเพราะความพยายาม
แต่เปลี่ยนเพราะต้นกำเนิดของการสร้างเปลี่ยนไปแล้ว
การกระทำเดิม อาจยังคงเป็นการสอน การทำงาน การเลี้ยงลูก การสร้างธุรกิจ หรือการดูแลผู้คน
แต่คุณภาพของการกระทำทั้งหมดจะเปลี่ยนไป
เพราะผู้สร้างมิใช่คนเดิมอีกต่อไป
แท้จริงแล้ว ชีวิตมิได้เชื้อเชิญให้เราเป็นผู้สะสมสิ่งที่ถูกสร้าง
แต่เชื้อเชิญให้เรารู้จักผู้สร้าง
เมื่อรู้จักผู้สร้างแล้ว
ทุกสิ่งที่ถูกสร้างจะกลายเป็นการแสดงออกของความจริง มิใช่การแสวงหาความสมบูรณ์
เพราะความสมบูรณ์ไม่ใช่จุดหมายของการสร้าง
แต่เป็นธรรมชาติของผู้สร้างที่ระลึกได้ว่าตนเองเป็นผู้ใด
และเมื่อผู้สร้างระลึกถึงตนเองอย่างแท้จริง
การสร้างทุกอย่างก็จะกลายเป็นการแบ่งปัน มิใช่การเติมเต็ม
เพราะไม่มีสิ่งใดขาดหายไปอีกแล้ว
มีเพียงความจริงที่กำลังเผยตัวออกมา ผ่านทุกชีวิต ทุกการกระทำ และทุกผลงานที่ถือกำเนิดขึ้นในโลก
~ Elina Field ~
