การเปลี่ยนแปลงของโลกและมนุษย์ครั้งใหญ่นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์ต้องปรับตัวอย่างมากเพราะเกิดจากความเคยชินเดิมที่ติดนิสัยทั้งทางจิตและนิสัยทางพฤติกรรม วิถีชีวิตที่ต้องยุ่งอยู่ตลอดเวลา ต้องหาอะไรทำ ต้องคิดหางาน หาเงิน คิดที่จะติดต่อคนที่รู้จักที่เรียกกันว่าคอนเนคชั่นเพื่อหาช่องทางทำมาหากินเพื่อหาเงินอยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นวิถีชีวิตปกติของมนุษย์ทุกคนที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ในคลื่นความถี่ 3D ทุกคนต้องทำงาน ทุกคนต้องมีอาชีพ ทุกคนต้องหาเงิน หากใครที่ไม่ทำเช่นนี้หรือไม่มีความคิดเช่นนี้ถือว่าเป็นคนขี้เกียจ ถูกมองว่าเป็นความผิดร้ายแรงทางสังคมที่ไม่คิดจะทำมาหากินอะไรเลย ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ กับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไม่ยอมรับ
มันกลับตาลปัตรกันไปหมดเลยกับสิ่งที่ถูกหล่อหลอมมาถูกให้เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต้องดิ้นรน ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินเพื่อซื้อ เพื่อจ่าย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้โดยที่ไม่มีใครเอะใจหรือตั้งคำถามเลยว่า ความเป็นมนุษย์นั้นเพียงเกิดมาเพื่อหาเงินเพื่อจ่ายทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตบนโลกใบนี้ นี่คือความจริงงั้นเหรอ มันตลกมากๆ หากเราได้หยุดคิดทบทวนถึงประเด็นนี้อย่างจริงจัง ว่าใครคือเจ้าของโลกใบนี้ เราจ่ายเงินไปให้ใครคือปลายทางของเงินที่เราจ่ายไป และเขายิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอที่เป็นเจ้าของโลกทั้งใบที่เป็นดาวเคราะห์หนึ่งดวงที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศหรือจักรวาลแห่งนี้ เขาสร้างดาวเคราะห์นี้มาเหรอ ทำไมเราเหมือนผู้มาอาศัยเขาอยู่ เหมือนผู้เช่าที่เกิดมาเป็นมนุษย์เพื่อจ่ายเงินเช่าบ้าน เช่าที่ดิน เช่าอากาศเข้าหายในและจ่ายค่าเช่าทุกอย่างที่ทำให้เราได้มีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้เพื่อมามีประสบการณ์ เพื่อ! ใครเป็นคนกำหนดว่าเราต้องมาเช่าดาวเคราะห์นี้ เช่าร่างมนุษย์นี้เพื่อแค่มามีประสบการณ์ มันตลกมากเลยนะ หากจะหยุดคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง
และตัดกลับมาที่ ณ ตอนนี้ที่เราตื่นรู้แล้วและรู้ความจริงว่า โลกใบนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการแต่มีการกำหนดจาก พลังงานแหล่งกำเนิดว่า “มนุษย์” เท่านั้นที่เป็นเจ้าของร่วมกันโดยแท้จริงเพราะดาวเคราะห์ดวงนี้ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นที่อยู่ของมนุษย์เพื่อทำการทดลองและดูวิวัฒนาการ ถูกสร้างสภาพแวดล้อมนี้ขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ สัตว์ พืช แร่ธาตุที่จำเป็นที่เอื้ออำนวยต่อมนุษย์ได้อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน แต่มนุษย์ทุกคนถูกลบความจำ ไม่มีใครสักคนที่จำเรื่องราวเหล่านี้ได้ และถูกแมวขโมยมาอ้างสิทธิ์แห่งความเป็นเจ้าของเริ่มที่บีอิ้งต่างดาวและก็รามมาจนถึงมนุษย์ด้วยกันเองที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ หนึ่งที่ต้องการอำนาจและร่วมมือกันกับบีอิ้งต่างดาวที่มีผลประโยชน์ร่วมกันควบคุมมนุษย์ที่เหลือทั้งหมดให้ตกอยู่ในภวังค์ของการหลับใหลในมายาและยินดีทำตามคำสั่งด้วยกฏเกณฑ์ต่าง ระเบียบต่างๆ ผ่านการควบคุมจากเทคโนโลยีขั้นสูงที่มนุษย์ธรรมดาๆ ทั้งหลายไม่มีวันได้ล่วงรู้ความลับนี้มาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน
เพราะฉะนั้นการตื่นมาพร้อมกับความจริงอันโหดร้ายที่เราถูกหลอกใช้งานและหลอกให้ผลิตพลังงานความถี่ต่ำเพื่อหล่อเลี้ยงการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจต่ำนั้นมันเจ็บปวดมากกว่าจะเยียวยา รักษาแผลใจนี้ได้และให้อภัย ปล่อยวางการถูกเอาเปรียบ การถูกหลอกลวงนี้ได้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเดินหน้าต่อไปอย่างทุลักทุเลกับทั้งการหลอกซ้อนหลอกอีกรอบสำหรับการตื่นขึ้นของมนุษย์ที่หวังว่าจะมีสิ่งมีชีวิตความถี่สูงมาช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยการให้เชื่อว่าจะมีผู้มาช่วยให้เรารอด เป็นแผนซ้อนแผนสำหรับการตัดอิสรภาพ อำนาจในตน การตัดการเชื่อมต่อแหล่งกำเนิดไม่ให้ผู้ที่ตื่นเข้าสู่ภายในและเชื่อมต่อตัวตนที่แท้จริงได้ มันก็ช่างเวทนาชะตากรรมของตัวเองเสียจริงๆ และการจะลุกขึ้นมาต่อสู้นั้นมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเล่นเกมส์เดียวกันกับผู้ที่ควบคุมเราหากจะต่อสู้กันด้วยการกบฎ การปฏิวัติ การต่อต้านระบบ ก็มีแต่ผลเสียและไม่เห็นหนทางที่จะชนะได้เพราะเกมส์นี้ถูกสร้างมาจากการวางแผนมาเป็นอย่างดีจากการวางรากฐานของทุกระบบในการดำรงอยู่ของมนุษย์ทั้งโลกที่มีเครือข่ายอำนาจ ผลประโยชน์และเงินร่วมกันของกลุ่มคนที่ควบคุมเรา มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์ผู้ตื่นจะต่อสู้ในลักษณะตาต่อตา ฟันต่อฟัน
สิ่งเดียวที่เราเหล่าผู้ตื่นรู้จะทำได้ก็คือการกลับไปเป็นความจริงแห่งตน เชื่อมต่อความจริงของตนเองและใช้ชีวิตสอดคล้องกับแก่นแท้แห่งตนโดยไม่ได้ต่อต้านระบบ ไม่ได้กบฏหรือปฏิวัติใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่สร้างสิ่งใหม่จากอำนาจในตนที่เป็นความจริงสูงสุดจากส่วนของตนในแต่ละปัจเจกบุคคล สร้างสรรค์ในส่วนที่เป็นเรา ในวิถีชีวิตที่เรารู้สึกสบายในกับมัน สร้างงานจากสิ่งที่เราถนัดและใช้ชีวิตตามโฟลพลังงานจากสัญญาณภายในของเรา สร้างจุดยืนของตัวเองขึ้นมาให้แข็งแกร่งจากการตัดสินของสังคมและคนรอบข้าง เพราะการทำเช่นนี้มันก็ไม่ได้ง่ายซะทีเดียวที่เราจะเปลี่ยนแปลงธรรมชาติที่ถูกดัดแปลงให้กลับคืนสู่ธรรมชาติแห่งการเป็นแบบเดิมแท้ของเราท่ามกลางหมู่คนสังคมที่ยังถูกควบคุมเพราะเราจะกลายเป็นตัวประหลาดทันทีที่เริ่มแสดงออกทางความคิด คำพูดและพฤติกรรมที่ต้องการกลับคืนสู่วิถีดั้งเดิมของธรรมชาติแห่งการเป็นแก่นแท้ของตนเอง
นี่คืออุปสรรคใหญ่ของผู้ตื่นที่เลือกเดินบนเส้นทางนี้ทั้งจากผู้อื่นรอบตัวและจากจิตใจภายในที่ยังติดอยู่กับความเคยชินเดิมๆ ของตัวเองที่ถูกปลูกฝังมาหลายภพหลายชาติจนถึงปัจจุบันที่ต้องดิ้นรน ที่ติดอยู่กับความคิดที่ต้องพิสูจน์ตนเอง ต้องทำตัวให้ดูเหนื่อยยากลำบากเพราะถูกสอนต่อๆ กันมาว่า “ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ” หากอยากจะได้อะไรสักอย่างต้องเพียรพยายาม ฝึกฝนตนเอง หาประสบการณ์จนเชี่ยวชาญ แข่งขันกับผู้ที่แข็งแรงกว่า ยิ่งใหญ่กว่าทางอำนาจและรวยกว่าทางฐานะการเงิน ต้องหาแสง หาช่องทางเพื่อให้ได้เกิดในเส้นทางนั้นๆ ในสาขาอาชีพวงสังคมนั้นๆ จึงจะได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ซึ่งทั้งหมดนั้นมันก็ไม่พ้นเรื่อง “เงิน” ที่เป็นเครื่องมือชั้นยอดในการควบคุมมนุษย์ทั้งโลกให้ยอมทำตาม ยอมก้มหัว ยอมแลกกับความเป็นตัวตนของตนเอง ยอมบิดเบื้อน ยอมทำทุกอย่างไม่สนว่ามันผิดหรือไม่สมควรที่จะทำแต่ก็ต้องยอมทำเพื่อแลกกับผลประโยชน์คือ ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง ตำแหน่ง มันคือความเสื่อมทางจิตใจและเป็นวิธีการตัดขาดการเชื่อมต่อจิตวิญญาณของตัวเองอย่างโหดร้ายที่สุดจากความไม่รู้ของมนุษย์ และเมื่อเราตื่นแล้วเราจะเปลี่ยนมาเป็นการอยู่นิ่งๆ เงียบๆ สงบอยู่กับตัวเองแบบ ไม่จำเป็นต้องทำให้ชีวิตตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องคิดหาเงินหรือหาโปรเจคเพื่อสร้างรายได้แต่เปลี่ยนเป็นการทำงานผ่านตัวตนภายในจากจิตวิญญาณของตัวเอง มันช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ
ยกตัวอย่างเช่นหากโลกเราใบนี้มนุษย์ทุกคนใช้ชีวิตเหมือนศิลปินทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นจิตรกร วรรณกรรม ดนตรี และอื่นๆ ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงาน บุคคลเหล่านี้เป็นตัวอย่างของมนุษย์ยุคต่อไปที่ทุกคนจะสร้างงานจากจิตวิญญาณของตัวเอง และเชื่อมต่อตัวตนที่แท้จริงและแหล่งกำเนิดเพื่อเกิดการสร้างสรรค์งานต่างๆ ออกมาที่ไม่ซ้ำกันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล ไม่ได้ทำงานเพื่อแลกกับผลประโยชน์และการทำงานนั้นจะเป็นการได้รับการตอบแทนจากคุณค่าของงานแต่ละงานที่แต่ละคนสร้างสรรค์มันออกมาและผู้คนจะเลิกตัดสินกันเพียงแค่เปลือกนอก จากการแต่งตัว จากบุคลิกภาพ จากการแสดงจริตต่างๆ จากฐานะ จากเครื่องประดับ จากราคาของรถ บ้านหรือข้าวของเครื่องใช้ของบุคคลนั้นๆ ที่พยายามจะประโคมจัดแต่งให้ตนดูดี หรูหรา ดูแพง แต่จะเคารพซึ่งกันและกันด้วยความเท่าเทียมและไม่จำเป็นต้องแข่งกันแต่งตัว แข่งกันโอ้อวดสิ่งของ แต่ทุกคนจะใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองได้อย่างแท้จริงโดยไม่สนว่าใครจะมองหรือตัดสินเขาอย่างไรเพราะเปลือกนอกเหล่านั้นจะไม่มีคุณค่าใดๆ เลยให้ต้องใส่ใจ สนใจมากไปกว่าคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน อิสรภาพของการได้สร้างสรรค์งานของตัวเอง มีความสุขกับวิถีชีวิตที่เป็นตัวเองได้อย่างแท้จริงและที่สำคัญคือการเคารพ ให้เกียรติกันจากระดับสติปัญญา ระดับจิตสำนึก ระดับพลังงานที่มีจิตที่บริสุทธิ์ ที่มันไม่เกี่ยวกับสิ่งของจอมปลอมภายนอกใดๆ นั้นเลยเพราะมันปลอมกันได้ หลอกกันได้ แต่พลังงานแห่งความเป็นตัวตนของแต่ละคนไม่มีอะไรที่หลอกลวงได้และความสามารถของผู้ที่มีจิตสูงก็จะสามารถอ่านใจคนได้ สื่อสารกันได้โดยไม่ต้องให้คำพูดหรือภาษา สื่อสารกันได้ผ่านจิตสู่จิตที่ไม่มีอะไรปกปิดหรือหลอกลวงกันได้เลย นี่คือสิ่งที่มนุษย์ควรจะต้องให้ความสำคัญ ใส่ใจและแสดงออกอย่างได้อย่างอิสระ
สิ่งที่ควรฝึกคือ ฝึกอนุญาตให้ตัวเองอยู่ว่างๆ เงียบๆ คนเดียวโดยไม่รู้สึกผิด ไม่ต้องโทษตัวเองว่าความคิดว่างเปล่าที่ไม่พยามยามติดต่อบุคคลที่เป็นคอนเนคชั่นเพื่อหาช่องทางทำมาหากินแต่ให้วางใจในความเงียบ ความว่าง ความนิ่ง ความสงบภายในที่มันทำงานอยู่ตลอดเวลาที่ตัวตนแก่นแท้ได้พยายามสื่อสารออกมาและก็แค่ทำไปตามสิ่งที่ได้รับสาร์นนั้นตามความรู้สึกตามโฟลของตัวเอง ฝึกวางใจในตนเอง วางใจในธรรมชาติแห่งการเป็นแก่นแท้ของพลังงานต้นกำเนิดในการสร้างสรรค์ ไม่ดิ้นรน ไม่รีบเร่ง ไม่แข่งขัน ไม่เปรียบเทียบ เพื่อที่จะให้ได้ผลลัพธ์เร็วๆ ไม่ต้องคาดหวังกับผลที่จะเกิดขึ้น ฝึกทำตามหัวใจในปัจจุบันขณะที่ข้างในเขาสื่อสารออกมา ฝึกเข้มแข็งกับจุดยืนของความเป็นพระเจ้าในตนที่มีอำนาจและอิสระในการสร้างสรรค์งานของตัวเองออกมา ให้เกียรติกับงานของตนเอง เคารพตนเอง วางใจตนเองว่าทุกสิ่งที่เป็นอยู่นั้นมันดีที่สุดแล้วจากจุดนั้น ไม่สั่นคลอนกับคำพูดวิพากย์ พิจารณ์ หรือคำตำหนิ ตัดสินใดๆ จากผู้อื่น เคารพสิ่งเหล่านั้นว่ามันคือการแสดงออกของตัวตนของเขาไม่ใช่ความจริงภายในของเรา เคารพผู้อื่นเหมือนกับเคารพตนเอง ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตน เห็นทุกอย่างบนพื้นฐานพลังงานไม่ใช่แค่บทที่ทุกคนกำลังเล่นอยู่
นี่คือจุดที่มนุษย์มาถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านความจริงจากความเชื่อแค่สิ่งที่เราเห็นและสัมผัสได้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 สู่ความจริงหลากมิติ ที่มนุษย์เปิดประสบการณ์ตัวตนหลากมิติเพื่อเข้าถึงความจริงหลากหลายที่เกิดขึ้นที่ซ้อนทับกัน จากการวิวัฒน์ของเผ่าพันธุ์และการยกระดับความถี่ของดาวเคราะห์โลกในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านยุคที่ยิ่งใหญ่นี้
~ Elina Field ~
